counter 13,500

BLUE ROSE*owari 3

 

 

.::o::o::..::o::o..BLUE ROSE [owari]..o::o::..::o::o::.

Akanishi Jin X Kamenashi Kazuya

Author: SaZuMe

Chapter 3 : Undercurrent

 

รู้ความหมายของคำว่า เป็นไปไม่ได้ รึปล่าว?.. .

 

แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้กระทั่งเทพแห่งรุ่งอรุณ ผู้ริเริ่มยามเช้าและการเกิดใหม่

 

หรือ เทพแห่งรัตติกาล ผู้เดียวดายซึ่งบัลดาลแต่ความมืดมิด

 

แต่คำว่า เป็นไปไม่ได้ นั้น กลับทำให้ทั้งคู่ได้พบกันในที่สุด.. .

 

ยามเช้า และ ยามราตรี ช่วงเวลาที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน ..ไม่มีความเป็นไปได้ จนกระทั่งวันนึ่ง วันที่แนวระนาบของดวงจันทร์และโลกเป็นเส้นตรงบดบังแสงของดวงอาทิตย์จนหมดสิ้น ยามเช้าถูกแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิด รัตติกาลเข้ามาแทนที่ในช่วงเวลาของรุ่งอรุณ.. ครั้งแรกที่ได้พบ ครั้งแรกที่ได้สบตากันและกัน .. .นั่นคือจุดเริ่มต้น

..

.

 

เทพผู้ละเมิดบทบัญญัติ อาคานิชิ จิน  ความผิดของเจ้าคือการบิดเบือนช่วงเวลาจนทำให้ทุกชีวิตทั้งในที่นี้และที่เบื้องล่างต้องเดือดร้อน.. ข้ามหาเทพแห่งสรวงสวรรค์ และโทษของเจ้า... .คือ การก้าวผ่านประตูแห่งการดับสูญ มหาเทพประกาศถ้อยคำตัดสินโทษด้วยเสียงดังกึกก้องไปทั้งชั้นฟ้า เสียงแฝงอำนาจสะท้อนไปมากับเพดานและโครงเสาของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ..หากแต่แค่ประโยคยาวประโยคเดียวนั้น กลับทำให้ใครบางคนที่รอฟังอยู่ตลอดถึงกับต้องดิ้นรนราวกับกำลังจะถูกช่วงชิงชีวิตที่หวงแหน

 

ไม่!!!!!!!!!!!!!!! จินไม่ผิด .. มะ ไม่ผิด ข้าตะหาก ฮึก..ประกายน้ำที่เอ่อคลอคลองอยู่รอบดวงตาสวยรินไหลลงสู่แก้มเนียนอย่างกลั้นไม่อยู่ ร่างเพรียวนั้นสั่นไปทั้งตัวสบตอบดวงตาคมนิ่งที่มองมาอย่างอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มปลอบใจที่ทำให้ใจอบอุ่นมาโดยตลอด เพียงแต่วันนี้มันไม่ใช่ ไม่เหมือนกับทุกที ความห่วงใยที่ส่งผ่านมานั้น ยิ่งทำให้รู้สึกราวกับเข็มพันเล่มที่ทิ่งแทงมาพร้อมๆกัน เพียงแค่คิดว่าจากนี้จะไม่มีคำว่า ได้พบ เพียงแค่คิดว่าจากนี้ ความอ่อนโยนนั้นจะขาดหาย ในใจก็ยิ่งร้องเรียกหาอย่างเจ็บปวด

 

การก้าวพ้นประตูแห่งการดับสูญ ไม่ใช่การตายจากที่จะได้พบกันใหม่ในชาติภพหน้า ไม่มีการเริ่มชีวิตใหม่ ไม่มีการพบกันอีกครั้ง แต่เป็นการหายไปเบื้องหลังความว่างเปล่า หายไปจากปัจจุบัน และอนาคต

 

.. ขะ ขอร้อง ให้จินอยู่ เป็นข้า ให้ข้าแทน คะ...เค้า สะอื้นจนทำให้ประโยคที่หลุดจากริมฝีปากเล็กขาดห้วง ไหล่บางสั่นไหวจนผู้ละเมิดบทบัญญัติเช่นจินต้องกำมือแน่นอยู่ข้างลำตัวอย่างนึกโกรธตัวเอง เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้ ไม่มีทางใดเลยที่จะทำให้ใบหน้าสวยนั้นกลับมายิ้มอีกครั้ง.. .

 

นัยน์ตาสีเข้มไม่แม้แต่จะละจากภาพของคนที่เป็นดั่งลมหายใจเบื้องหน้า แม้ดวงตาเรียวสวยนั้นจะปิดลงเพราะแรงสะอื้นจนสุดหัวใจกี่ครั้งกี่หน คราใดที่ลืมตาก็จะพบกับความรู้สึกราวกับถูกโอบกอดปลอบโยนทุกครั้งไป

 

... อย่าร้อง ...

 

ริมฝีปากได้รูปขยับเป็นคำปลอบใจ ที่ทำให้น้ำตาสายเล็กพรั่งพรูลงมายิ่งกว่าเก่า ..ท่านจะไม่ให้ข้าร้อง ไม่ให้ข้าเสียใจได้อย่างไร ในเมื่อคนที่เป็นดั่งชีวิตของข้าเช่นท่านกำลังจะหายไปตลอดกาล.. จิน .. ร่างเพรียวบางพยายามดิ้นรนจากเทพที่จับตัวเองเอาไว้อย่างท้อแท้ ความเสียใจที่แสดงออกมาในรูปของน้ำตาไม่เท่าแรงบีบในใจที่รัดแน่นให้ร้าวราญขึ้นเรื่อยๆ

 

.... .ข้า  รักท่าน . .รัก อึก  ฮึก..

 

คำแผ่วเบาที่ผ่านริมฝีปากเล็กออกมาอย่างยากลำบาก ส่งผลให้ความอ่อนโยนตรงหน้ารู้สึกผิดจนเจ็บในอก ความรู้สึกรักเช่นกัน และคำขอโทษถูกส่งผ่านเป็นความร้อนผ่าวที่ขอบตาของร่างสูง ก่อนที่มันจะค่อยๆกลั่นตัวลงเป็นน้ำสีใสที่ไหลเรื่อยลงจากปลายหางตา

 

... รัก ...

 

คำเดียวกันนั้นก็ได้ถูกบอกผ่านแววตาที่มองมาด้วยความอาวรณ์อย่างที่สุด ตาสบตา ทำได้เพียงแค่นั้น ไร้ซึ่งเสียง ไร้ซึ่งการกระทำ เทพที่ถูกจองจำทำได้เพียงสื่อทุกอย่างผ่านความรู้สึกของคนที่ต้องการให้รับรู้ โอบกอดด้วยความรู้สึก บอกรักด้วยความรู้สึก ปลอบโยน ..ด้วยความรู้สึก ถึงจะอยากแตะต้อง อยากสัมผัสริมฝีปากที่กำลังสั่นเพราะพยายามกลั้นก้อนสะอื้นแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจคิด.. .

 

.. .จิน ..ฮึก ได้โปรด ท่านมหาเทพ จะ ..ให้ข้าทำเช่นไรก็ได้ ..อย่าให้เค้าต้องก้าวผ่าน อึก ..ประตูแห่งการดับสูญ คำวอนขอขาดๆหายๆดังให้ได้ยินไม่หยุด จากในตอนแรกที่ฟังชัดเจนก็ดูจะแหบพร่าลงไปตามเวลาอ้อนวอนที่ยาวนาน .. .

....

..

เรื่องเล็กๆน้อยๆในอดีต การพบกัน และ การจากลาที่ทำให้มีปัจจุบัน และอนาคต

 

เพราะ พระเจ้า ไม่ได้นิ่งนอนเมื่อมีคนวอนขอ

หรือเพราะ พระองค์ต้องการดูตอนต่อไปของคำว่า เป็นไปไม่ได้

ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใด คำตอบกลับสั้งๆง่ายๆเพียงสามพยางค์เท่านั้น .. .อนาคต

 

.::o::o::..::o::o..BLUE ROSE..o::o::..::o::o::.

 

ภายในห้องสรงน้ำขององค์รัชทายาทแห่งมหาราชวังทางใต้ ไออุ่นของน้ำร้อนเจือกลิ่นเครื่องหอมที่มีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลาย ลอยอบอวลอยู่รอบตัวขององค์รัชทายาท ลำแขนแข็งแกร่งและบ่ากว้างสมตัว พาดอยู่กับขอบสระทิศตรงข้ามประตู ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรอคอยด้วยใจที่จดจ่อ..

 

เรียกข้ามา.. .

 

ไม่น่าถาม . .หมอหลวงบอกว่าเจ้าหายแล้ว เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้ข้างกายข้าว่างนานๆหรือไง หือ?

 

ริมฝีปากได้รูปพูดขัดคำถามในทีแรกค่อยแปรเปลื่ยนเป็นรอยยิ้มที่มุมปากในท้ายประโยค เนตรสีสนิทไล่พิจารณาเรือนร่างบอบบางจนทั่ว ก่อนจะมองบนใบหน้าสวยที่ก้มต่ำ ไม่สบตาด้วยท่าทีเมินเฉยเหมือนอย่างปกติ ?

 

ถ้าไม่ได้คิดไปเอง วันนี้จินรู้สึกเหมือนคนตรงหน้าแปลกไปจากที่เคยเป็น ..ใช่หรือปล่าว เค้าไม่ได้คิดไปเอง

 

เสียงหัวใจที่จินรับรู้และรู้สึกได้ แปลกไป.. .

 

เหมือนคนที่โดนมองจะรู้สึกตัว เมื่ออยู่ๆจากที่ก้มหน้านั้นก็ค่อยๆเงยขึ้นมาสบตาองค์รัชทายาทให้เหมือนปกติ แต่มันก็ไม่ปกติซะทีเดียว สามวันที่ต้องนอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างคนไม่มีสติไม่ทำให้คาเมะรู้สึกอะไรขึ้นมาจนถึงวันที่สี่ วันที่ฟื้นและเริ่มรับรู้ …“ จนกว่าจะหายดี ห้ามใช้เวท หรือออกกำลังกาย แค่ซ้อมดาบก็ไม่ได้ มันไม่มีผลกระทบกับร่างกายก็จริง แต่..ลองดูเองแล้วกัน ข้าเองก็แก้ได้ที่ปลายเหตุเท่านั้น.. คำพูดสุดท้ายของหมอหลวงถูกทวนให้ได้ยินอีกครั้งจนต้องหลับตาผ่อนลมหายใจคลายความรู้สึกกังวลที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในพื้นที่ขององค์รัชทายาท ..ห้ามใช้เวท เหมือนจะบอกว่าสิ่งที่ทำมาโดยเปล่าประโยชน์อย่างไงอย่างงั้น เค้าไม่เคยคิดว่าวันนึงจะใช้ไม่ได้ ไม่เคยคิดเลยจริงๆ

 

คาเมะ.. . ร่างสูงเรียกด้วยน้ำเสียงเหมือนที่เคยเรียก แต่ในความคิดนั้นกลับไม่นิ่งเหมือนในน้ำเสียง องค์รัชทายาทกำลังใช้ความผิดผ่านแววตาขณะเดียวกันนั้นก็ขมวดคิ้วออกมาเหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง ถอดสิ ..หรือลืมว่าต้องทำอะไรเวลาที่เข้ามาในนี้ เสียงที่ฟังดูคล้ายคำสั่ง ดังขึ้นดึงให้คาเมะเลิกคิดเรื่องต่างๆนานาในหัว ประโยคน่าอายที่ขัดขืนไม่ได้ ไม่นานนักร่างขาวเนียนก็ไม่เหลือสิ่งใดบดบัง ด้วยความกระดากอายมือเล็กเลยพยายามพาดผ่านส่วนไม่น่ามองแล้วหย่อนตัวลงน้ำในส่วนตื้นช้าๆ.. .

 

ในตอนนี้เอวสวยถูกโอบรอบด้วยแขนข้างหนึ่งขององค์รัชทายาท ผิวเนียนสัมผัสโดนน้ำที่ไม่อุ่นไม่ร้อนจนเกินไปก็แดงใสเปล่งปลั่งดังเช่นทุกครั้ง เนื้อนวลเจือสีอมชมพูน่ามองกระทั่งผิวเนื้อที่ข้างแก้มที่เป็นสีอมชมพูเช่นกัน ..จินไม่แปลกใจ เพราะมันเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ทำให้ต้องรู้สึกสะกิดใจ ก็คงเป็นเสียงในอกของร่างตรงหน้าที่ได้ยินชัดเจนจนชักจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมานี่สิ

 

เจ้าใจเต้น.. . มันทำให้ข้าแปลกใจรู้ไหม เพราไม่เคยซักครั้งที่จินจะได้ยินจังหวะที่ผิดปกติ ..เค้าเคยนึกไม่ชอบในความเย็นชาขององครักษ์คนสนิท แต่ตอนนี้กลับอยากได้มันคืนมา จะว่าจินเอาแต่ใจก็ได้..

 

.. .    พระองค์น่าจะแปลกใจถ้ามันไม่เต้นมากกว่า ชั่วอึดใจก่อนที่จินจะได้รับคำตอบเป็นคำพูดนิ่งๆ ยิ่งทำให้ความสงสัยในใจจินขยายวงกว้างขึ้น ไม่ต้องให้เดา เพระในบทเรียนเกี่ยวกับวีธีอ่านใจที่เคยเรียนตอนเด็กๆก็มีบอก เรื่องที่จินไม่ชอบ ความรู้สึกที่จินไม่อยากได้รับมากที่สุด.. .

 

ไม่ใช่ว่า.. . เจ้ากำลังหลงรักข้าอยู่!!!  ไวเท่าความคิด ร่างสูงก็เชยปลายคางสวยให้เงยรับสัมผัสของเนื้อนิ่มที่ริมฝีปากเป็นการทดสอบ กลีบปากเล็กรับแรงดูดดึงแผ่วเบาที่ไม่คุ้นเคยก็รู้สึกแปลกใจถึงความผิดปกติ ปลายลิ้นอุ่นซ่านที่ผ่านเข้ามาในอุ้งปากไม่ร้อนแรงแล้วก็ไม่เฝื่อนขมดังเช่นทุกครั้ง กลับแฝงรสหวานประแล่มแบบที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ในใจเบาหวิวเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่ไม่คุ้นชิน.. . แต่เพียงแค่นั้นรัชทายาทก็ถอนริมฝีปากออกชะงักงันอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นัยน์ตากร้าวคลายความสงสัยได้สนิทใจเมื่อรับรู้ความรู้สึกทั้งหมด ทั้งความนึกคิดหรือเรื่องที่คนตรงหน้าเคยทำจนหมดสิ้น.. ถึงจะไม่อยากพูด แต่จินก็อดที่จะคิดขึ้นมาไม่ได้

 

... นี่มันอะไรกัน ...

 

ข้าไม่ต้องการรักจากเจ้า คำพูดที่หลุดผ่านริมฝีปากขององค์รัชทายาท ทำให้ร่างบางนิ่งค้างทวนคำในใจแทบจะทันที แววตาใสเจืออารมณ์หวั่นวิตก คาเมะแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เผลอ... .?

 

พระองค์.. พูดเรื่องอะไร. .   คำแก้ตัวทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อหันมาสบพระพักตร์ขององค์รัชทายาทให้ชัดๆ.. สิ่งที่กลัวมาตลอดกำลังฉายชัดให้เห็นในแววตาคมกร้าว จนต้องก้มหน้ามองภาพสะท้อนในน้ำด้วยใจที่เบาหวิว.. ไม่ต้องให้เดาคาเมะก็รู้ว่าจะได้ยินอะไรต่อจากนี้

 

ข้ารู้ว่าเจ้ารู้คาเมะ ..แล้วเจ้าก็คงรู้ดี   ข้า..ไม่มีวันรักเจ้า!! องครักษ์คนสนิทถึงกับหลังตาลงฟังคำที่รู้อยู่แก่ใจ ทั้งๆที่รู้แต่พอมาฟังกับหูกลับบาดลึกในใจอย่างช่วยไม่ได้ อาจเป็นเพราะความรู้สึกรักมีจนท่วมท้น เพียงแค่ถ้อยคำไม่กี่คำเท่านั้นเลยบาดลึกลงผิวเนื้อที่อกซ้ายราวกระบี่ที่คมกริบ ไม่รู้สึกในสัมผัสแรกที่โดนแต่เมื่อขยับตัวก็แทบจะขาดใจ

 

จินมองปฎิกิริยาตอบสนองที่คาเมะแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา แล้วหรี่ตาลงอย่างเหยียดๆ เสียงที่ผ่านลำคอไม่ใช่คำที่บอกความรู้สึกแต่เป็นเสียง หัวเราะ หึ เบาๆอย่างประชดประชันเท่านั้น ..ในตอนนี้ร่างบอบบางไม่ได้ร้องไห้ แต่ปลายคางเรียวกลับสั่นขึ้นมาอย่าที่เจ้าตัวห้ามไม่อยู่ และต่อให้จินไม่อยากเห็น ยังไงร่างตรงหน้านี้ก็ยังอยู่ในสายตาเขาอยู่ดี

 

ตอนที่ข้าบอกให้ร้อง เจ้ากลับไม่ร้อง  ร่างสูงพูดเสียงสั่นอย่างเกรี้ยวกราดมือใหญ่คว้าจับเข้าที่ลำคอระหงพร้อมกับบิดหน้าให้ดวงตาสวยหันมองสบกับนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายชัดถึงการไร้รักขององครัชทายาท

 

แค่ชั่วเวลาที่สบตา ขอบตาสวยก็ร้อนผ่าวรื้นน้ำตาขึ้นมาอย่างท้อแท้... ในความเป็นจริงแล้วคาเมะก็เป็นแค่คนธรรดาที่ต้องการรักจากคนที่แอบรัก เมื่อไม่ได้มาก็ไม่แปลกที่จะเสียใจและผิดหวัง แม้ว่าจะไม่เคยหวังถึงรักจากองค์รัชทายาท แต่เค้าก็ไม่ต้องการให้ความรู้สึกของตัวเองต้องถูกเหยียดหยามจากสายตาชิงชังดังเช่นตอนนี้.. .

 

น่ารำคาญ จินคลายมือออกเมื่อหยดน้ำตาไหลจากแก้มเนียนจนลงสู่ผิวขาวจัด ก่อนจะยกตัวเองขึ้นจากน้ำโดยที่ทิ้งอีกคนไว้เบื้องหลัง แน่นอนว่าจินไม่ได้ใจอ่อนกับน้ำตา หรือสีหน้าราวกับจะขาดใจของคาเมะ แต่เบื่อที่จะต้องซักถามอะไรให้มากความ แล้วก็เบื่อที่จะต้องรับรู้ความรู้สึกเอียนๆ ที่ใครต่อใครว่ามันดีนักหนานี่อีก รักยังผลแค่ความเจ็บปวด จินรู้ดีและจำได้ในความทรงจำ ..ความทรงจำในอดีตก่อนที่เค้าจะเกิดเป็นองค์รัชทายาท เรื่องบนสรวงสวรรค์ที่ยังจำได้ดี และตามหลอกหลอนอยู่ในทุกค่ำคืนที่เผลอคิดถึง. .

 

.::o::o::..::o::o::..::o::o::..::o::o::.

 

ฮิโรกิลอบมองคนที่เดินสำรวจในห้องกว้างของตัวเองเงียบๆ ในมือมีหนังสือเล่มหนาที่ดูท่าจะถูกละเลยตั้งแต่ที่หยิบมาเปิดออกอ่าน มองไปมองมาร่างเพรียวก็ถอนหายใจหน่ายๆลุกขึ้นก้าวฉับไปหาเรียวที่ไม่สนใจตัวเองเอาซะเลย --- ข้าอุตส่าห์ ให้อยู่ในห้องกับข้าตั้งหลายวัน ข้าวก็มีให้กิน น้ำก็มีให้อาบ กะอีกแค่บอกมาว่าทำยังไงข้าถึงจะออกไปจากที่นี่ได้แค่เนียะ เล่นตัวอยู่ได้ --- บ่นในใจอย่างหงุดหงิดพลางทำปากยื่นปากงอนใส่หลังของผู้บุกรุกจอมเล่นตัว พออีกคนหันมาหาก็แสร้งทำหน้านิ่ง เหมือนจะพ้นสายตาดำสนิทนั่นงั้นแหละ

 

เด็กชะมัด พึมพำออกมาเบาๆแต่จงใจให้อีกคนได้ยิน ฮิโรกิก็ยิ่งเบะปากทำหน้าบึ้ง คนอะไรเตี้ยก็เตี้ยแล้วยังขี้เก๊ก แถมปากเสีย ไม่มีข้อดีซักอย่าง!!! คิดในใจแล้วเดินกลับไปนั่งปุหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ถ้าหมดประโยชน์แล้ว แม้แต่หน้าก็จะไม่มองคอยดู!! คาดโทษอย่างฉุนเฉียว แต่ก็ยังแอบมองเค้าอยู่ดี..อะไรเนี่ยฮิโรกิ..

 

ก๊อกๆๆ

 

อ่ะ เออ...องค์รัชทายาทเพคะ พระชายามาหา..

 

ไม่เป็นไร ข้าพูดเอง... ฮิโรกิออกมาเถอะ หมดโทษแล้วเจ้าจะประชดขังตัวเองต่อทำไม พวกข้าเป็นห่วงนะรู้ไหม ..อย่างน้อย ให้ข้าเข้าไปดูหน้าก็ยังดี พูดผ่านประตูด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงปนกังวล ร่างสูงเพรียวในชุดยูกาตะสีสวยบีบมือตัวเองรอคำตอบจากเด็กหัวรั้นในห้อง เค้าจำได้ดีว่าตั้งแต่วันแรกที่ได้ฮิโรกิมาเป็นลูก เด็กน่ารักคนนั้นจะชอบทำอะไรตรงข้ามกับที่บอกเสมอ บอกไม่ให้ทำก็จะทำ บอกให้ทำก็จะไม่ทำ จนต้องหลอกล่อเปลี่ยนคำสอนใหม่หมด สลับคำบอกกันให้วุ่นวาย.. ไม่อยากคิดแต่นิสัยแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่นั่งทำหน้าขรึม ปากแข็งอยู่ที่โต๊ะเสวยซักนิด เป็นห่วงลูกซะปล่าวแต่ก็ไม่มาง้อ พอกันทั้งพ่อทั้งลูก...

 

ซึบาสะหรอ ..รอแปปนะ เดี๋ยวเปิดประตูให้ ฮิโรกิทำลุกขึ้นยืนทำท่าจะเปิดประตูจนเรียวต้องถลามาจับข้อมือเล็กไว้ อะไรของเจ้า!! จับยังไม่ถึงสองวิคนหน้าสวยก็บิดข้อมือออกราวกับมืออุ่นของเรียวร้อนนักหนา และแน่นอนว่าเรียวไม่สนใจหรอกว่าฮิโรกิจะหวงเนื้อหวงตัวไปทำไม ..เพราะคนที่อยู่แค่ประตูกั้นนั่นตะหากที่ทำให้เรียวร้อนรนขึ้นมา ซึบาสะคนนั้นน่ะ อดีตรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งมหานครทางเหนือ ลูกชายคนโตของโคอิจิ พี่ชายคนโตแห่งราชวงศ์โดโมโตะ แล้วยังเป็นถึงพี่ชายสุดรักสุดหวงของ นิชิคิโด เรียว ต่อให้เค้าใช้คาถาพรางตัวก็เถอะ ไม่มีทางรอดสายตาซึบาสะ ชัวร์!!

 

แค่ซึบาสะเท่านั้นที่ให้เข้ามาไม่ได้ บอกเสียงเรียบๆที่ฟังยังไงก็คล้ายคำสั่งซะจนฮิโรกินึกหมั่นไส้ จะเป็นใครมาจากไหมไม่รู้หรอก แต่ที่นี่ไม่มีใครขัดเค้าได้ซักคน ตาบ้านี่ *-*

 

อย่ามาสั่งข้า!!

 

องค์รัชทายาทแห่งมหาราชวังทางใต้เอื้อมจับกลอนประตูแล้วคลายสลักออกอย่างท้าทายในทันทีที่พูดจบ เห็นดังนั้นแล้วเรียวเลยคว้าฮิโรกิไว้ทั้งตัว ดันจนติดกับประตูสลักลายไม่ให้เด็กดื้อขยับตัวได้อีก

 

ปล่อย!!! ไม่งั้นข้าจะบอกทุกคนว่าเจ้าแอบลอบเข้ามาขมขืนข้า!! ฮิโรกิกัดฟันพูดอย่างเกรี้ยวกราด ไม่ต้องถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะบอกว่าข่มขืน โทษหนักสุด แรงสุด ถ้าเรียวจะโดนโทษก็ต้องเอาที่ฮิโรกิสะใจที่สุด มาอยู่ไม่กี่วันทำท่าอย่างกับ ทาคิซาว่า ฮิเดอากิเบอร์สอง!!

 

แต่ถ้ายังพูดอีก ข้าจะจูบเจ้า! “ นี่ก็อีกคนกลัวขำขู่เด็กๆแบบนั้นที่ไหนกัน เรียวปล่อยให้ฮิโรกิตะโกนไปในขณะที่ตัวเองแค่กระซิบเอาที่ข้างใบหูเล็ก มือใหญ่จัดการรวบข้อมือเรียวไว้เหนือศรีษะของร่างตรงหน้า ถึงจะเตี้ยกว่าแต่ดูท่าจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนแรงเยอะกว่าซักนิด ซ้ำยังยื่นหน้าเข้าใกล้เรื่อยจนฮิโรกิหลับตาปี๋.. .

 

บอกซึบาสะว่าอยากอยู่คนเดียว แล้วข้าจะปล่อยเจ้า เรียวไม่ได้ทำอย่างที่ปากพูด ..แต่ไปๆมาๆชัดเหมือนว่าทำยิ่งกว่า!! ใบหน้าที่ห่างกันแค่ปลายจมูก ยามที่ริมฝีปากอุ่นขยับเป็นคำพูดฮิโรกิกลับรู้สึกเหมือนโดนลวนลามทางริมฝีปากอย่างไงอย่างงั้น ห่างแค่นั้นมันก็ชนกันคำเว้นคำน่ะสิ ลามปาม ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ จะจูบก็จูบค้างๆคารู้ไหม ใจมันเต้น!!

 

อื้อ!!!!!!! ทำตาถลนให้ดูเหมือนโกรธแล้วยังพยายามฝืนแรงกดที่ข้อมืออย่างสุดความสามารถ อยู่แบบนี้ใครมันจะกล้าเปิดปาก ถึงจะไม่เคยมีใครสอนแต่ฮิโรกิรู้ ท่าแบบนี้มันมีแต่ เสีย กับ เสีย.. ดวงตาดำขลับสบดวงเนตรหวานที่แสร้งทำเป็นฉุนเฉียวแล้วก็คลายมือออกจับไว้เพียงหลวมๆ ค่อยๆถอยหน้าออกมาห่างเท่าคืบแทนที่จะแนบชิดเช่นนาทีก่อน

 

ซึบาสะ ข้าอยากอยู่คนเดียว พูดเชิดๆให้เรียวรู้ว่าไม่เต็มใจซักนิด คนฟังอย่างซึบาสะเลยขมวดคิ้วมองบานประตูอย่างสงสัย ก่อนหน้าประโยคนี้ เค้าได้ยินฮิโรกิโวยวายอะไรซักอย่างแต่ก็ไม่ชัดนัก

 

เป็นอะไรรึปล่าว ถามต่ออีกคำถามหารู้ไม่ว่าตอนนี้ฮิโรกิลนลานขนาดไหน นั่นไง ยื่นหน้าเข้ามาอีกครึ่งคืบแล้ว

 

ข้าสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง ซึบาสะไปห่วงฮิเดะอากิของซึบาสะเถอะ

 

พอได้รูปประโยคหยอกล้อเช่นปกติ ซึบาสะเลยได้แค่ถอนหายใจออกมาแล้วจำใจเดินจากไปเท่านั้น ไม่ได้ติดใจอะไรอีก --- เอาเถอะ ถ้ายังรั้นเกินอาทิตย์ค่อยลากทาคิซาว่ามาดูอาการแล้วกัน แต่..ฮิเดอากิ เออ ได้ยินฮิโรกิเรียกทีไรมันพาลเขินขึ้นมาทุกทีสิน่า ถ้าไม่ใช่เพราะทาคิซาว่าจะชอบอ้อนให้เรียกในเวลาแบบนั้นก็คงจะไม่รู้สึกแบบนี้หรอก อ่า..เขินชะมัด --- (ฮิโรกิไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทำพระชายาเข้าหน้าคนรักไม่ติด ทาคิซาว่าคนรัก เลยต้องชะเง้อหาซึบาสะอยู่ที่ห้องทำงานนานถึงสามชั่วโมงกว่าด้วยประการฉะนี้)

 

กลับมาที่สงครามเย็นภายในห้อง ซึบาสะไปไกลแล้วแต่องค์ชายนิชิคิโดยังคงความห่างครึ่งคืบไว้ไม่ผิดเพี้ยน ถ้าจะมีคนถามว่าทำไม เรียวก็จะตอบให้ว่าเพราะมันเป็นความปรารถนาที่มีต่อคนที่ไม่ผิดเพี้ยนจากสเปกชายเรียวเลยซักนิดอย่างฮิโรกิ ทั้งใบหน้าสวยหวานที่ยิ้มทีทำเอาใจสั่น ดวงตา ริมฝีปาก ปลายจมูกถ้าไม่นับเรื่องความสูงเรียวก็บอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า นี่แหละใช่ ..แต่ก็เพราะโดนเกินไปนั่นแหละที่ทำให้เรียวนึกหวั่น เค้าไม่ชอบการผูกมัด ยิ่งกับคนที่ดูท่าทางแล้วว่าขี้หึงชัวร์แบบฮิโรกิยิ่งไม่อยากถลำลึก

 

ถอยไป!!!! “ ไม่ใช่แค่ขี้หึง แต่ยังดุอีกตะหาก ถ้าเอามาเป็นคนรักไม่เรียว ก็ฮิโรกิที่จะต้องกลุ้มใจตายกันไปข้าง..เรียวยอมถอยมามองหน้าฮิโรกิก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟายาวแล้วผ่อนลมหายใจทิ้งช้าๆ --- นี่เค้าเผลอคิดอะไรอยู่ ---

 

ฮิโรกิเองก็ถอนหายใจขึ้นมาอย่างโล่งอก ซักพักดวงตาหวานค่อยกระพริบปริบมองเรียวเหมือนเคลือบแคลงใจบางอย่าง โดยที่ใช้เวลาคิดไม่นานนักร่างเพรียวก็เดินมานั่งลงข้างๆแล้วถามออกมา

 

ทำไมถึงให้ซึบาสะเข้ามาไม่ได้ ก่อนหน้านั้นยูยะเข้ามาก็พรางตัวได้ไม่ใช่หรอ?

 

เพราะ .. .เจ้าจะรู้ไปทำไม เป็นอีกครั้งที่เรียวทำฮิโรกิต้องชะงัก -*-

 

เพราะข้าอยากรู้ !! แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ฮิโรกิจะเถียงกลับ

 

เงียบ... . ต่างฝ่ายต่างจ้องกันคล้ายเกลียดกันมาแต่ชาติปางก่อน หารู้ไม่ว่าภายในใจแข่งขันกันทำสติเต้นเร็วในหนึ่งนาทีกันอย่างสูสี ฮิโรกิที่ทำท่าว่าจะชนะในทีแรกก็ดันถูกเรียวแซงโค้งตอนที่มองแววตารั้นนั้นชัดๆ เรียวไม่ได้โรคจิต แต่ชอบเป็นบ้าเลยให้ตายเหอะ

 

ซึบาสะเป็นพี่ชายข้า สุดท้ายเรียวก็แพ้ ..นัยน์ตาสีเข้มหลบจากความงดงามตรงหน้าเบือนหาเอากับผนังกำแพงแถวนั้น ไม่ได้หันกลับมามองเลยว่าทำให้ฮิโรกิทำหน้างงปนมึนขนาดไหน..

 

พี่ชาย?.........??

 

พี่ชาย? หลุดพูดตามคำเรียวด้วยเสียงแปลกๆ ..พี่ชาย ซึบาสะ ...ซึบาสะคนนั้นน่ะมันพระชายาของท่านพ่อบ้าทาคิซาว่าไม่ใช่หรอ.. งั้นตาบ้านี่ เป็นใครกันแน่.. หัวคิ้วขมวดหากันเป็นเครื่องหมายคำถาม ใบหน้าหวานมุ่ยลงด้วยอาการฉงนยิ่งกว่าเรื่องไหนๆ

 

อือ พ่อเดียวกัน แต่คนละแม่

 

ห๊า..? ตามความเป็นจริงที่พิสูจน์ได้ทางหลักวิทยาศาสตร์ ประโยคที่เรียวขยายใจความยิ่งทำให้ฮิโรกิไม่เข้าใจเข้าใจไปใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นประโยคขยายใจความที่ไม่ได้ใจความที่สุด ...

 

ดูเหมือนเรื่องที่ไม่รู้เกี่ยวกันคนตรงหน้าจะเพิ่มขึ้นทีละอย่าง ..ใคร ..มาจากไหน ..ทำไม เพราะอะไร ฮิโรกิไม่รู้ อยากรู้ แต่ก็ไม่ถาม คำถามทั้งหมดถูกแสดงออกมาทางสีหน้าและท่าทาง ในบางครั้งริมฝีปากสีสวยก็เหมือนจะถามอะไรบางอย่าง เพียงแค่เหลือบมองเสี้ยวหน้าก็กลับทำแค่ก้มหน้างุดถอนหายใจแผ่วเบาเท่านั้น..

 

ไม่กล้า ที่จะถาม ..ไม่กล้า ที่จะพูดในสิ่งที่คิด สุดท้ายแล้วฮิโรกิเลยไม่รู้..

 

กระทั่งชื่อของคนที่มีใจให้ตั้งแต่แรกเห็น.. .

 

..เวลาผ่านเลยจากสายเป็นบ่ายคล้อย เข็มนาฬิกาที่ไม่เคยขยับเวลาหันมองค่อยเลื่อนเปลี่ยนไปเรื่อยเหมือนสายน้ำที่ไม่เคยหยุดไหล คนหนึ่งนอนเอกเขนกบนเตียง อีกคนนั่งมองทุกอิริยาบทนั้นนานบนโซฟายาว บทสนทนาธรรมดาดำเนินไปเหมือนกับที่ผ่านมาหลายๆวัน คนหนึ่งถาม อีกคนก็ถามกลับ คำตอบที่ได้รับก็บิดเบือนเฉไฉไปตามอารมณ์และความรู้สึก  จนตะวันเลือนลับขอบฟ้า..

 

ราตรีเลยผ่านจนยามเช้าใกล้เข้าให้คนที่เผลอหลับไปบนเตียงสี่เสาสลึมสลือพลิกไปมาขับไล่อาการง่วงงุนออกจากหัว ..ท้องฟ้าดำสนิทของยามค่ำคืนถูกแสงอาทิตย์ทำให้จางลงเรื่อยจนเป็นฟ้าคราม บรรยากาศของรุ่งสางกลิ่นอากาศสดชื่นฟุ้งอยู่รอบตัวให้จมูกโด่งรับเข้าจนเต็มปอด แต่ก่อนที่ฮิโรกิจะลืมตา กลับรู้สึกถึงสัมผัสแปลกประหลาดที่ริมฝีปาก อ่อนนุ่มไม่เย็นชืดจนชาหรืออุ่นร้อนจนไร้รส แผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึกและเลือนหายไปในทันทีคล้ายจะเป็นเพียงความฝัน.. .

 

.. .ใครกัน .... อ๊ะ นายนั่น เดี๋ยว!!

 

แค่คิดถึงใบหน้ากวนๆของผู้บุกรุกที่อยู่ด้วยกันมาหลายวัน ฮิโรกิก็ตื่นเต็มตาตลบผ้าห่มขึ้นแล้วลุกพรวดขึ้นจากเตียงในทันที และก่อนที่จะเดินหาซะจนทั่วห้องฮิโรกิก็ไม่ลืมที่จะมองไปยังโซฟาตัวยาวที่ คนๆนั้น ใช้อยู่ทุกค่ำคืน..  ไม่มี.. เท่านี้ใบหน้าหวานก็เผลอแสดงความกังวลให้เห็นจนหมดสิ้น ดวงตาสวยแฝงด้วยความรู้สึกของความน้อยใจปนเปกับความรู้สึกบางอย่างจนต้องรีบถูจมูกกลบเกลื่อนความแสบร้อนที่เกิดขึ้นฉับพลัน ถึงไม่ต้องเดินหาฮิโรกิก็รู้ดีว่าตอนนี้ ในห้องนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากตัวเอง

 

ปากเสียแล้วยังใจร้าย ข้าล่ะเกลียดที่สุด.. . เสียงที่ได้ยินนั้นไม่ได้สั่นเครือแหบพร่าดั่งคนเสียใจ แต่ก็ไม่ได้ดูแก่นร้ายตามนิสัยอย่างเคย ประโยคที่หลุดจากริมฝีปากดูจะทำให้คนพูดรู้สึกหวิวในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกคำคล้ายจะบอกตัวเองแทนที่จะเป็นคำต่อว่าคนที่จากไปโดยไม่บอกกล่าว ..

 

ปากเสีย.. เรื่องที่ควรพูด คำลา แค่ซักนิด กลับไม่ได้ยิน

ใจร้าย.. ไม่ทิ้งอะไรไว้ให้คิดถึง ..แต่กลับทิ้งสัมผัสไว้ให้ห่วงหา

 

เกลียด.. ถ้าจะมีคนรู้ ฮิโรกิอยากเหลือเกินที่จะทำให้ได้อย่างคำพูด

ถ้าเกลียดซะ ก็จะไม่ต้องรัก ถ้าเกลียด..แค่เกลียด

ถ้าทำได้.. แค่ทำให้ได้

 

หน้าต่างบานที่ยี่สิบห้าทางปีกขวาของมหาราชวังทางใต้ เช้าวันนี้องค์รัชทายาทคนสำคัญไม่ได้พยายามหาทางออกจากปราสาทแต่กลับยืนนิ่งมองปลายยอดไม้ที่ไหวปลิวตามลมที่พัดเป็นระยะๆ ไม่มีเสียงถอนหายใจ ไม่มีเสียงของความโศกเศร้า ได้แต่อยู่อย่างนั้นจนตะวันลับฟ้า.. อีกครั้ง 

 

.::o::o::..::o::o::..::o::o::..::o::o::.

 

ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืนที่มืดมิด ร่างสูงขององค์รัชทายาทนอนหงายอยู่บนเตียงในห้องโล่งกว้าง ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว ลมหายใจที่ผ่อนหนักเบาเป็นช่วงบ่งบอกให้รู้ว่าคนบนเตียงยังไม่ถูกยามค่ำคืนพรากสติเหมือนคนอื่นๆ ดวงตาคมจ้องมองเพดานมืดสนิทเนิ่นนานจนรู้สึกคล้ายกับครึ่งหลับครึ่งตื่น

 

ภาพใบหน้าเนียนขาวที่เห็นเมื่อตอนบ่าย ซ้อนทับกับเสียงสะอื้นในความทรงจำที่คะนึงหา หยดน้ำตาสีใสไหลจากแก้มเนียนลงปลายคางสวย อยากปลอบ อยากจะกอดให้เสียงแห่งความทรมานสิ้นสุดลง ..เหมือนตอนนั้นที่จินเผลอมององครักษ์คนสนิทที่ทรุดลงต่อหน้าเป็นภาพคนรักในอดีต ยามที่ความรู้สึกอยู่เหนือความคิด จินเลยเผลอใช้พลังที่ไม่ควรไปอย่างห้ามตัวเองไม่ได้

 

หงุดหงิดชะมัด.. ไม่ใช่เรื่องดีเลยที่จินจะเห็นใบหน้าของคนสนิทบ่อยๆ ยิ่งมารู้ความรู้สึกของคาเมะด้วยแล้ว จินกลับรู้สึกเหมือนโดนความรู้สึก รัก ซ้ำเติม!!!

 

จินพลิกตัวตะแคงแล้วหลับตาลง อยากจะไล่ความคิดวุ่นวายที่วนไปวนมาให้หายไปกับความมืดมิดเสียเหลือเกิน แต่จินทำไม่ได้ ร่างสูงยังคงถูกเสียงสะอื้นแผ่วและภาพของน้ำตาทำร้ายให้นอนไม่หลับ.. น่าแปลก ที่จินจะเห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้าที่มีน้ำตาแต่กลับไม่เห็นทั้งหมด

 

จำทุกอย่างได้ แต่กลับจำใบหน้าของคนที่รักมากมายนั้นไม่ได้

 

ข้าอยากรู้เหลือเกินที่รัก ในตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหน มีความรักครั้งใหม่กับใคร..แล้วยังจำข้าได้หรือไม่?

ถ้าเจ้ารักอีกครั้งก็คงจะดี.. .

ถ้าข้าได้เจอเจ้าอีกครั้ง ก็คงจะดี .. รัก  ข้ารักเจ้าเหลือเกิน

 

ร่างสูงจมตัวเองลงกับความรู้สึกเจ็บในอก เปลือกตาที่หนักอึ้งแนบสนิทกับใบหน้าคมคาย ทว่าความทรมานที่รับรู้ได้กลับยังผลให้น้ำใสก่อเกิดที่ปลายตา ก่อนที่มันจะค่อยๆไหลลงสู่หมอนหนุน.. . เช่นเดียวกับอีกคนที่อยู่ถัดไปไม่กี่ห้อง..

 

คนที่ถูก รัก ทำร้าย..ไม่ต่างกัน .. .

 

.::o::o::..::o::o::..::o::o::..::o::o::.

 

พื้นที่ลึกลับของปราสาทที่ชั้นล่างสุด เขตหวงห้ามของเหล่าชายหนุ่มทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาระดับสูง หรือ ผู้ติดตามต่างเมือง.. กลิ่นอบอวลของมวลดอกไม้ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศปนเปไปกับกลิ่นหอมของอากาศยามสาย ร่างสมส่วนของเจ้าชายรูปงามประทับอยู่ท่ามกลางหญิงสาววัยสะพรั่งหลายคนที่คอยปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง คนหนึ่งคอยพัดคลายร้อน อีกคนหนึ่งก็คอยบีบนวดให้คลายเมื่อย

 

จะมีก็แต่ชายหนุ่มร่างเล็กผู้ถูกยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ได้รับการอนุญาตให้เข้ามาในพื่นที่หวงห้าม

 

แล้วยังมีหน้าที่แค่นั่งเฉยๆในอ้อมกอดของหนุ่มรูปงามที่มีศักดิ์เป็นถึงหลานขององค์กษัตริย์ทาคิซาว่า

 

เจ้าชายยามะชิตะ โทโมะฮิสะ.. . หรือที่ทั้งปราสาทเรียกกันสั้นๆง่ายๆว่า องค์ชาย นั่นล่ะ

 

ถ้าองค์ชายไม่ว่า ตอนนี้..ข้าต้องไปแล้ว คนในอ้อมแขนพูดเสียงแผ่ว นึกเสียดายอยู่ไม่น้อยที่จะต้องผละจากสัมผัสอบอุ่นที่ได้รับ ใบหน้าใสเหลือบขึ้นมองคล้ายจะขออนุญาต ไม่นานนักยามะพีก็ยอมปล่อยคนตัวเล็กให้ขยับออกจากอกอุ่นโดยง่าย

 

คืนนี้อย่าลืมฝันถึงข้าล่ะ เด็กน้อย ก่อนที่คนสนิทขององค์รัชทายาทจะเดินห่างออกไปจนคว้าไม่ถึง องค์ชายก็ยันตัวขึ้นจากแท่นรวดเร็วแล้วคว้ามือนิ่มของ เทโงชิ ยูยะ ประทับริมฝีปากลง รวมทั้งที่แก้มสีระเรื่อนั่นด้วย จูบแผ่วเบาจากริมฝีปากอิ่มทำให้เด็กน้อยเผลอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองอย่างลืมตัว พอครู่ต่อมาก็ยิ้มหวานแล้วก้มลงหอมแก้มคนตัวสูงกลับ

 

องค์ชายก็เหมือนกัน รักผมให้มากกว่านี้นะ ประโยคสั้นๆทว่าแฝงความในมากมายที่ยามะพีก็รับรู้ได้ รักให้มากกว่านี้ ..สิ่งเดียวในโลกที่องค์ชายยามะชิตะทำไม่ได้

 

รักคนๆหนึ่ง..ให้มากกว่า คนอื่นๆ

 

ข้ารักเจ้านะยูยะ แต่รัก เท่ากับที่รักสนมของข้า รักเท่ากับที่ข้ารักทุกคน ยามะพีเติมต่อท้ายเองในใจเพราะพูดไปก็ไม่ได้ขยายความอะไรมากนัก มีแต่จะทำให้มากเรื่องเปล่าๆ อีกอย่างเรื่องนี้ ..ร่างเล็กตรงหน้าเค้าก็คงจะรู้ดีอยู่แล้ว.. .ไม่งั้นคงไม่บอก ให้รัก มากกว่านี้..

 

ยูยะ เจ้าของชื่อหันกลับไปยิ้มให้จนแก้มเล็กใสขึ้น แววตาสีดำสนิทมองสบกับดวงตากลมโตที่ดูคมเข้มน่าค้นหาเหมือนจะถามว่ามีอะไรรึเปล่า..

 

บอกฮิโรกิด้วยว่าข้าคิดถึง จบประโยคยูยะก็พยักหน้าแล้วเดินผ่านโถงสามชั้นที่ดูเป็นส่วนตัวสุดๆออกไปยังภายนอกของเขตหวงห้าม ทันทีที่บานประตูปิดลงกับกรอบของมัน เจ้าของใบหน้าน่ารักก็ลอบผ่อนลมหายใจพร้อมกับพิงกำแพงที่ข้างประตูราวกับผ่านเรื่องยากลำบากมานักหนา มือซ้ายกดทับอยู่กับอกซ้ายจนรู้สึกถึงจังหวะถี่เร็วที่ต่อเนื่องไม่หยุด ร่างเล็กสูดหายใจเข้าลึก หลับตาลงผ่อนความรู้สึกตื่นเต้นให้คลายลงจากที่เป็นอยู่.. . กี่ครั้งกันที่เขาได้อยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงนั้น แต่ไม่ว่าจะกี่สิบกี่ร้อยครั้ง ความรู้สึกกลับถูกแสดงออกมาอย่างซื่อสัตย์เสมอ.. .

 

เสียงลมหายใจร้อนถูกผ่อนลงแผ่วเบาอีกครั้งขณะที่ดวงตากลมใสลืมขึ้นทอดอาลัยให้กับบานประตูสูงใหญ่ตรงหน้า ความรู้สึกโหวงเหวงในอกทำเอาสองขาแทบจะไร้แรงที่จะก้าวกลับยังที่ของตัวเอง ความอ่อนโยนกำมะลอที่ได้รับจากอกอุ่นทำให้ไม่อยากแยกจาก ทว่าถ้าอยู่นานเกินไปก็มีแต่จะทำให้หลงระเริงจนลืมความเป็นจริง.. .ชั่วอึดใจต่อมาร่างน่ารักในชุดฮากามะที่ดูรุ่มร่ามแต่ก็เข้ากับเจ้าตัวอย่างน่าประหลาดก็หักหาญความรู้สึกของตัวเองแล้วเดินออกจากที่พำนักขององค์ชายเจ้าสำราญยังห้องของผู้เป็นนายด้วยอารมณ์ของจิตใจที่ยากจะบรรยายออกมาให้ใครๆได้ร่วมรับรู้.. .

 

.::o::o::..::o::o::..::o::o::..::o::o::.

 

การฝึกยิงธนู คือ กิจกรรมยามว่างขององค์รัชทายาท เป้าธนูสีแดงน้ำเงินเขียวขาวอยู่ห่างจากจุดที่ร่างสูงยืนอยู่ไกลออกไปเบื้องหน้า ถัดไปนั้นคือร่างขององครักษ์คนสนิทที่ยืนมองเป้าธนูด้วยสายตาว่างเปล่า ..ใบหน้าสวยที่เคยแสดงความเย็นชาบัดนี้กลับเผยความหมองเศร้าให้เห็นจนคนมองอดที่จะหงุดหงิดกับมันขึ้นมาไม่ได้

 

องค์รัชทายาทผู้สูงสง่าง้างคันธนูขึ้นสูงแล้วปล่อยลูกธนูให้พุ่งตรงปักลงกลางเป้าสีแดงที่เป็นวงในสุด เสียงวัตถุแหวกผ่านอากาศดังราวกับตัดสายลมรอบด้านให้เงียบสงบ.. จินไม่ค่อยแน่ใจนักว่าที่ลมไม่พัดเข้ามาในลานฝึกธนูที่จงในเปิดโล่งรับลม จะเป็นไปตามธรรมชาติ หรือจะเกี่ยวเนื่องจากอาการไม่สบอารมณ์ของตนกันแน่

 

 ดวงตาคมกร้าวลอบมองใบหน้าที่งดงามอย่างหญิงสาวของคนสนิท พยายามพิจารณาให้ลึกลงไปมากกว่าความหมองเศร้าที่ปรากฏให้เห็น ใบหน้าที่เคยมีน้ำมีนวลซีดเซียวลงรวมถึงดวงตากลมที่ดูสะโหลสะเหล กระทั่งขอบตาก็ช้ำลึกจนสังเกตได้ชัดเจนถึงสีรอบดวงตาที่แตกต่างจากที่ตรงอื่น..   นี่ไง ผลจากความรัก

 

.. แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็คงจะยังรักข้า .สินะ.. .

 

คันธนูที่ถูกง้างขึ้นลดระดับลงจนคนรับใช้ที่อยู่แถวนั้นเดินเข้ามาใกล้แล้วรับคันธนูไปอย่างรู้หน้าที่ จินสาวเท้าเข้าหาคาเมะที่ยินเหม่ออยู่ ก่อนจะจับคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงลากให้เข้าไปในห้องพักส่วนตัวรวดเร็วแบบที่คนโดนกระทำยังไม่ทันคิดที่จะขัดขืน ..ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆที่มีเพียงผนังรอบด้านกับพื้นเสื่อตาตามิ ร่างสูงมองคนสนิทที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาเอาแต่ก้มมองพื้นเสื่อ จินไม่ได้พูดอะไรออกมา คาเมะเองก็เช่นกัน ความสงัดเงียบเข้าครอบคลุมรอบตัวคนทั้งสอง

 

ขะ...ข้า คือ พระองค์.. ร่างเล็กละล่ำละลักออกมาอย่างอึดอัด พยายามขืนข้อมือออกจากมือใหญ่ที่บีบรัดจนให้ความรู้สึกเจ็บ แต่ไม่ว่าจะสะบัดขัดขืนในท่าไหนก็ไม่สามารถทำให้มือกาวนั้นหลุดออกไปได้ คาเมะเลยเงยหน้ามององค์รัชทายาทอย่างจนปัญญา ทว่าเพียงแค่เงยสบพระพักตร์ใบหน้าเล็กก็กลับมองพื้นเสื่อไม่ต่างจากในนาทีก่อน ..ไม่ใช่ว่าจินไม่มีคาเมะอยู่ในสายตาคาเมะเลยต้องหันมาคร่ำครวญกับพื้นเสื่อหวังให้ดวงตาคมนั้นสะท้อนภาพตน แต่มันกลับแย่ยิ่งกว่าจะคาดคิดนัก เพราะดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเค้าอยู่อย่างชัดเจน และมันก็ฉายชัดถึงความรู้สึกหมิ่นแคลนที่จินรู้สึกและแสดงมันออกมา ..รอยร้าวที่สร้างความรู้สึกแปลบปลาบเกิดขึ้นที่กลางใจราวกับแก้วเจียระไนที่ถูกขัดสีผิดท่าทางจนเกิดรอย และรอยสดใหม่ที่พึ่งเกิดก็กลับทับซ้ำรอยเดิมให้รู้สึกชาวาบในอกจนไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดได้อีก

 

จินกำลังฆ่าคาเมะให้ตายอย่างทรมาน..ช้า ช้า... .และกำลังประสบความสำเร็จอย่างดีทีเดียว

 

กิริยาเจ้าช่างน่าขันดีแท้ แค่มองตาข้า.. .  มันจะตายหรือไง!!!!!! องค์รัชทายาทไร้ซึ่งความปราณี และความทรมานของคนอื่นคือความสุขขององค์รัชทายาท ..ร่างสูงที่บีบปลายคางเล็กนั้นแรงจับให้ดวงตาเรียวสวยสบกับดวงตาคมร้อนทำให้คาเมะเกิดตระหนักในคำจำกัดความของจินที่พวกคนรับใช้จะแอบคุยกันขึ้นมาในหัว กอปรกับเสียงตะคอกในท้ายประโยคกับวาจาแสบสันอย่างประหลาดนั่นด้วย

 

หยุด.. .หยุดสักที.. .แค่พระองค์ไม่รักข้า ข้าก็แทบจะหมดกำลังเสียแล้ว.. .

 

เสียใจองครักษ์คนดีของข้า ทางเดียวที่เจ้าจะหยุดการทรมานของข้าได้ จินเงียบไปชั่วอึดใจ มองดวงตาหม่นหมองคลอความชื้นจากหยดน้ำคลอคลองแล้วยกยิ้มที่มุมปาก

 

. . . . .    หยุดรักข้าสิ.. หยุกรักข้า แล้วข้า..จะหยุดทรมานเจ้า กระแสเสียงที่รับสั่งราวกับช่วงชิงลมหายใจของคนตรงหน้าไปทั้งหมด..

 

ร่างเพรียวอ่อนแรงเจ็บร้าวขึ้นมาอีกครั้งจนกำลังกายที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดถูกพรากไปสนหมดสิ้น ทั้งร่างทรุดลงกับพื้นเสื่อจนร่างสูงต้องรีบปล่อยมือจากปลายคางเล็กยึดจับเอวแบบบางไว้ก่อนที่จะสัมผัสพื้น

 

อุก! “ ชั่ววินาทีของการแตะสัมผัสจินกลับได้รับความรู้สึกปวดแปลบในอกขึ้นมาจนต้องกลั้นหายใจกดมือข้างที่ว่างกับอกของตัวเองไว้แน่น องค์รัชทายาทหอบหายใจรับเอาอากาศเข้าสู้ปอดใจหนึ่งก็นึกสงสัยถึงความเจ็บปวดชั่วครั้งชั้วคราวที่เป็นบ่อยๆในช่วงนี้ขึ้นมา แต่อีกใจกลับบอกให้เมินเฉยแล้วสนุกกับเรื่องตรงหน้าต่อ

 

และแน่นอนว่าจินเลือกอย่างหลัง ใบหน้าหล่อเหลาก้มมองมือหนึ่งของคนสนิทที่คว้าจับสาบเสื้อข้างหนึ่งของตัวเองไว้ ดวงหน้าเศร้าก้มอยู่ชิดกับกลางอกแต่กลับทิ้งระยะห่างระหว่างกันไว้อย่างชัดเจน ทั่วทั้งร่างนั้นสั่น หอบหายใจรุนแรงพร้อมกับน้ำใสที่ซึมอยู่ที่ขอบตา จินเลยหายใจเบาลงเพื่อจะลอบฟังเสียงในใจของคนสนิท ทว่าคราวนี้จินคงไม่ต้องแอบฟังเหมือนทุกทีเพราะเสียงสั่นเครือเอื้อนเอ่ยวาจาให้จินได้ยินแผ่วเบาตอบกลับรับสั่งโหดร้ายของร่างสูง.. .

 

หะ. หากเป็นเช่นนั้น  ข้าคงขอให้พระองค์ทรมานข้าจนกว่าจะสิ้นลม พระองค์รู้หรือไม่ ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ ตราบนั้นข้าจะยังคงรักพระองค์ไม่เสื่อมคลาย.. . เสียงที่จินได้ยินสั่นเครือแหบพร่าร้าวราญเสมือนเค้นกำลังเฮือกสุดท้ายของชีวิตเพื่อตอบวาจาใจร้ายนั้น ..ประโยคที่ได้ยินราวกับคำสาบานที่ทำเอาคนฟังไม่สามารถคิดหาคำใดมาหมิ่นเหยียดให้เจ็บช้ำไปชั่วขณะ.. องค์รัชทายาทชาวาบไปทั้งตัวดั่งถูกคำสาป ดวงหฤทัยที่ว่าแข็งหนักหนากลับหวั่นไหวไปกับคำพูดจากริมฝีปากกระจับเล็กนั้นอย่างที่ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้แม้แต่น้อย..

 

ในนาทีต่อมาเสียงที่ดังไปทั่วทั้งห้องจึงเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูพิกลที่สุดเท่าที่ใครจะเคยฟัง.. องค์รัชทายาทกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยการหัวเราะขื่นๆก่อนจะจับมือเล็กที่เกาะกับเสื้อของตนออกแล้วหันหลังกลับหายไปจากห้องรวดเร็วทิ้งให้อีกคนก้มหน้าหอบหายใจโดยที่มือเล็กกำเสื้อบริเวณอกไว้แน่นจนยับไม่เหลือเค้าเดิม ความรู้สึกที่ยังคงตกค้างจากการบีบคั้งจิตใจ ยังผลไปถึงกุหลาบสีแปลกในห้องของมหากษัตริย์โคอิจิ ให้แห้งเหี่ยวดำกรอบและผลัดกลีบที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดให้ร่วงลงยิ่งกว่าเดิม ทันทีที่กลีบกุหลาบแห้งๆร่วงหล่น มันก็กลับกลายเป็นฝุ่นผงละอองเทาหม่นที่ลอยปนไปกับประกายสีน้ำเงินในครอบแก้ว.. เหมือนสีของท้องฟ้าในคืนที่มีพายุหนัก คล้ายสีของจันทราที่ถูกเงาเมฆฝนบดบังจนไร้แสง

 

เช่นในคืนนี้ ที่ท้องฟ้าหม่นไร้แสงจันทร์ แสงดาว มืดสนิทจนต้องเติมฟืนไฟให้ตะเกียงมากกว่าปกติ.. ท่ามกลางความมืดมิดนั้น แสงตะเกียงสลัว สว่างอยู่กลางทางเดินแคบๆที่ทอดยาวไปสู่ห้องขององค์ชายแห่งมหานครทางใต้ ห้องขององค์ชายโทโมะฮิสะ.. .

 

ท่านพี่ ท่านพี่.. . คำขานชื่อไม่เบานักในขณะที่มือเรียวเขย่าร่างคนบนเตียงไปด้วยอย่างร้อนใจ